เมื่อเอ่ยชื่อ 'ธอร์' คนส่วนใหญ่มักนึกถึงคริส เฮมส์เวิร์ธในชุดเกราะแอสการ์ดสุดอลังการ แต่ God of Thunder (2015) หรือชื่อไทยว่า 'ธอร์ ศึกเทพเจ้าสายฟ้า' กลับพาเราย้อนกลับไปสู่ยุคหนังซูเปอร์ฮีโร่ทุนต่ำที่ทำเอาคนรักมาร์เวลถึงกับผงะ บทความนี้กองบรรณาธิการจะพาไปเจาะลึกทุกแง่มุมของหนังทุนน้อยที่กล้าดัดแปลงจักรวาลมาร์เวลแบบไม่เกรงใจใคร
เนื้อเรื่องย่อ (ไม่สปอยล์ตอนจบ)
หนังเปิดเรื่องด้วยการหลบหนีของโลกิจากอาณาจักรแอสการ์ด เขามุ่งหน้าสู่โลกมนุษย์เพื่อแก้แค้นและทำลายล้างเผ่าพันธุ์มนุษย์ ธอร์ เทพเจ้าสายฟ้าจึงต้องตามลงมาหยุดยั้งน้องชายต่างมารดา ทว่าคราวนี้ธอร์ไม่ได้มาคนเดียว เขาได้พบกับฟรียาและตำรวจโลกมนุษย์อย่างรีสและเบธที่ช่วยเหลือกันต่อสู้กับเหล่าสมุนของโลกิ เนื้อเรื่องดำเนินไปตามสูตรหนังแอ็กชันไซไฟทุนต่ำที่เน้นการต่อสู้และการปกป้องโลก แต่รายละเอียดหลายอย่างถูกตัดทอนจนแทบไม่เหลือความยิ่งใหญ่แบบมาร์เวล
งานการแสดงและตัวละคร
Max Aria ในบทธอร์ทำได้ดีพอสมควรในขอบเขตของหนังทุนต่ำ เขามีบุคลิกที่แข็งกร้าวและทรงพลังตามแบบฉบับเทพสายฟ้า แต่บทพูดและการดำเนินเรื่องกลับไม่เปิดโอกาสให้เขาได้แสดงอารมณ์ที่ลึกซึ้ง Jacqui Holland ในบทฟรียาเป็นตัวละครที่มีเสน่ห์และเพิ่มสีสันให้กับเรื่อง ขณะที่นักแสดงสมทบอย่าง Preston James Hillier (รีส) และ Jenny Allford (เบธ) กลับดูฝืนและไม่เป็นธรรมชาติ โดยเฉพาะฉากที่ต้องแสดงความตื่นเต้นหรือหวาดกลัว ดูโอเวอร์แอ็กติงจนน่าเก้อ
งานกำกับ ภาพ และดนตรี
งานกำกับโดยผู้กำกับที่ไม่มีชื่อเสียงมาก่อน ทำให้หนังขาดเอกลักษณ์และทิศทางที่ชัดเจน ฉากแอ็กชันถูกถ่ายทำแบบมุมกล้องธรรมดา ไม่มีลูกเล่นหรือการจัดแสงที่น่าจดจำ เอฟเฟกต์คอมพิวเตอร์กราฟิกอยู่ในระดับต่ำมาก อาวุธของธอร์อย่างมยอลเนียร์ดูเหมือนของเล่นพลาสติก และสายฟ้าที่ปล่อยออกมาก็ดูไม่สมจริง ดนตรีประกอบใช้ธีมที่ยืมมาจากงานอื่นฟังดูคุ้นหูแต่ไม่โดดเด่น
บทวิเคราะห์จากกองบรรณาธิการ
God of Thunder (2015) เป็นตัวอย่างของหนังที่พยายามฉวยกระแสความสำเร็จของมาร์เวล แต่กลับขาดทั้งงบประมาณและฝีมือการผลิต หนังไม่สามารถสร้างความตื่นเต้นหรืออารมณ์ร่วมให้กับผู้ชมได้ บทสนทนาดูดัดจริตและไร้ซึ่งพัฒนาการของตัวละครที่น่าสนใจ อย่างไรก็ตาม สำหรับคนที่ชอบดูหนังแนว B-movie หรืออยากเห็นธอร์ในเวอร์ชันที่แปลกออกไป หนังเรื่องนี้อาจให้ความบันเทิงในแบบที่เรียกว่า 'มันแย่จนขำ' ได้ไม่น้อย
สรุป
God of Thunder (2015) เป็นหนังที่เหมาะสำหรับคอหนัง B-movie หรือคนที่อยากเห็นธอร์ในเวอร์ชันโลว์คอสต์เท่านั้น ถ้าคุณเป็นแฟนพันธุ์แท้ของมาร์เวล ขอแนะนำให้ข้ามหนังเรื่องนี้ไปเลย เพราะมันอาจทำให้คุณเสียความทรงจำดีๆ เกี่ยวกับเทพสายฟ้าได้
👍 จุดเด่น
- +Max Aria แสดงเป็นธอร์ได้เหมาะสมกับบท
- +ความยาวเพียง 91 นาที ไม่ยืดเยื้อ
- +เป็นหนังที่ดูได้เพลินๆ ในแบบ B-movie
👎 จุดด้อย
- −เอฟเฟกต์พิเศษและ CGI ระดับต่ำมาก
- −บทสนทนาและการดำเนินเรื่องอ่อนหัด
- −นักแสดงสมทบเล่นไม่เป็นธรรมชาติ
- −ไม่มีความเกี่ยวข้องกับจักรวาลมาร์เวลจริงๆ
นักแสดงนำ
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
ไม่เกี่ยวข้องเลย เป็นหนังทุนต่ำที่ดัดแปลงจากตัวละครของมาร์เวลโดยไม่ได้อยู่ในจักรวาลมาร์เวล (MCU)
เท่าที่ทราบมีเพียงภาคเดียว ภาคนี้ชื่อเต็มว่า 'God of Thunder'
ถ้าคุณชอบดูหนังแนว B-movie ที่แย่จนฮา ก็อาจสนุกในมุมตลก แต่ถ้าคาดหวังคุณภาพแบบมาร์เวล ผิดหวังแน่นอน